หน่วยตรวจสอบภายในมีส่วนช่วยให้มหาวิทยาลัยรับมือกับความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อวิสัยทัศน์ได้อย่างไร?

15 Jul 2026

ในยุคที่มหาวิทยาลัยต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (VUCA World) ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิสรัปชัน (เช่น AI หรือ Cybersecurity) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร หรือข้อจำกัดด้านงบประมาณ หน่วยตรวจสอบภายในได้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นเพียงผู้ตรวจสอบความถูกต้องในอดีตมาเป็นการมองไปข้างหน้า  และร่วมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับองค์กร ผ่านกระบวนการสำคัญดังนี้

  • การประเมินความเสี่ยงอุบัติใหม่เชิงรุก (Proactive Emerging Risk Assessment) แทนที่จะตรวจสอบเฉพาะข้อผิดพลาดทางการเงินที่เกิดขึ้นไปแล้ว หน่วยตรวจสอบภายในยุคใหม่จะทำงานร่วมกับฝ่ายบริหารเพื่อระบุ “ความเสี่ยงใหม่ๆ” (Emerging Risks) ที่อาจส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัย เช่น ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ความเสี่ยงจากระบบไอทีใหม่ หรือความเสี่ยงด้านชื่อเสียง จากนั้นจึงช่วยประเมินว่ามหาวิทยาลัยมีกลไกป้องกัน (Controls) ที่ดีพอหรือยังตั้งแต่เนิ่นๆ
  • การมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์และความคุ้มค่า (Performance Audit) นอกเหนือจากความถูกต้องตามกฎระเบียบ (Compliance) หน่วยตรวจสอบภายในยังเน้นการประเมินตามหลัก 4Es (Economy, Efficiency, Effectiveness, Equity) เพื่อดูว่าการใช้ทรัพยากรของมหาวิทยาลัยนั้น “คุ้มค่า” และ “ตอบโจทย์วิสัยทัศน์” หรือไม่ หากพบว่ากระบวนการใดล้าสมัยหรือสิ้นเปลือง ก็จะเสนอแนะแนวทางลดขั้นตอน (Lean Process) เพื่อให้องค์กรขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น
  • การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ “ปราการทั้ง 3 ด่าน” (Three Lines of Defense) หน่วยตรวจสอบภายใน (ด่านที่ 3) จะทำหน้าที่ประเมินและให้ความเชื่อมั่นอย่างเป็นอิสระ ว่าด่านที่ 1 (ผู้ปฏิบัติงาน) และด่านที่ 2 (หน่วยบริหารความเสี่ยง/กฎระเบียบ) ทำงานสอดประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ หากพบจุดอ่อน ก็จะสะท้อนข้อมูลให้ผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการมหาวิทยาลัยทราบ เพื่อปรับปรุงทิศทางให้ทันเวลา

หน่วยตรวจสอบภายในไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อหาคนผิด แต่มีเป้าหมายเพื่อ “ชี้จุดบอด อุดช่องโหว่ และนำเสนอทางออก” เพื่อเป็นเข็มทิศและเบรกที่ปลอดภัย ช่วยให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยสามารถเร่งเครื่องขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจ และเติบโตอย่างยั่งยืนในยุคที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงใหม่ๆ